วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

แคนนาดี้ สเปซ หรือ นาซ่า ฟลอริด้า ที่ฉันใฝ่ฝันจะไป





(เคยพิมพ์ครั้งหนึ่งแล้ว ใส่รูปเป็นชั่วโมง แต่เครื่องแฮ้งค์ซะงั้น เลยยกยอดยาวมาลงวันนี้แหละค่ะ)

ต้องบอกก่อนว่า ป้าลีคลั่งที่นี่มากกว่าดิสนี่ย์ เวิร์ด ที่ใครใครก็พูดถึง
เพราะว่านอกจากสนุกแล้วที่นี่มีความรู้ สามารถใช้เวลาทุกนาทีเพลินไปได้ และหนึ่งวันที่นี่ ไม่พอสำหรับป้าลี



 และทริปนี้ที่ไปที่นี่เพราะเราจองตั๋ว ดูการปล่อยกระสวยขึ้นอวกาศ
เราจองแท่นที่ใกล้สุดและเห็นชัดสุดค่ะ(หลายคนบอกว่า อันตราย)



มาถึงปุ๊บก็เดินเข้าไปในนี้ค่ะ หลังป้ายนี้ ถ้าคิวมันว่างอยู่ให้รีบไปเลย ก่อนที่ทัวร์จีนจะลง
ควรจะไปแต่เช้าๆเลยค่ะ เพราะว่าคนไม่เยอะทำให้เรามีเวลาเล่นในแคนนาดี้เยอะหน่อย 
บรรยากาศข้างในหลังป้ายนี้ตอนแรกก็จะเข้าไปยืนฟังคำบรรยายพัฒนาการด้านการทำงานของเค้ากับมนุษยชาติ ราวๆ ห้านาที
แล้วประตูก็จะเปิดอีกด้านให้เราเดินไปหามุมเหมาะๆ ตรงระเบียง ที่เห็นนะคะ ตามภาพ
ตอนแรกนึกว่าไม่มีอะไร แต่ตอนที่ ภาพโชว์เหมือนจริงทำให้เวียนหัวนิดหน่อย จากแสงด้วย
และเป็นการยืนไม่ใช่นั่ง ดังนั้นต้องหาที่เกาะนะคะ (หนุ่มสาวอาจจะไม่เป็นปัญหาเหมือนป้าลี)




เสร็จากตรงนี้ ก็จะบังคับเดินเข้าไปในพื้นที่ที่เค้าจัดไว้ เป็นเหมือนมิวเซี่ยมค่ะ
เดินชมนาซ่ากันไปย้อนรอยไปในอดีตสู่ปัจจุบัน

กับฮีโร่ต่างๆ ที่มาจากหลากหลายสายอาชีพที่พรีชีพเพื่อโลกของเรา 
แต่ละคนก็เก่งระดับโลกทั้งนั้น ที่เกิดมาเพื่อถูกสร้างเพื่อให้พรีชีพ น่าศรัทธาเป็นที่สุด


บรรยากาศในนั้นสำหรับป้าลีแล้ว ก็ชอบค่ะ ไม่ตื่นเต้นเหมือนโซนอื่นแต่ว่า
ได้เห็นวิวัฒนาการและกลุ่มฮีโร่ที่จากเราไปแล้ว ทำให้รู้สึกอินไปกับบรรยากาศตรงนี้


















โผล่ออกมา ปวดตามากกับแสงที่ปรับไม่ทัน  เราต้องดูตารางเวลาที่เค้ามีการแสดงในแต่ละรอบนะคะ
 เพื่อจะได้จัดการถูกว่าจากตรงนี้แล้วเดินไปใหนต่อ 
ตารางเวลาจะอยุ่หน้าจอตรงกลางๆ โซนเลยค่ะ มีหลายมุม เหมือนหน้าจอทีวีที่แขวนอยู่บนหลังคาหน้าเกทเข้าเครื่องบินหรือในสนามบินน่ะค่ะ









ด้านนี้เป็นอีกหนึ่งอาคารที่เราเดินเข้าไปสู่จักรวาลในดาวดวงอื่น







มีเกมส์ให้เล่นนะคะ และมุมถ่ายรูปด้วยค่ะ  เห็นนางปล้ำอยุ่ตั้งนาน ได้รูปนี้มาที่อีเมล์แม่








ห้องนี้ ลูกสาวชอบมาก เพราะมีบรรยายสำหรับเด็กๆ
ซึ่งตอนจบเป็นวีดิโอที่มีเด็กวัย 10 ขวบโดยประมาณจากทั่วมุมโลกใฝ่ฝันจะเป็นนักบินอวกาศ
ขึ้นบินจำลองในวิดิโอชุดนั้น ลูกสาวใฝ่ฝันอยากเป็นบ้าง
ทุกวันนี้ตั้งใจเรียนให้เก่งเพื่อจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานคล้ายๆ กับนาซ่านี่แหละค่ะ

ยรรยากาศในโซนนี้ก็ประมาณนี้ค่ะ แล้วเราก็วิ่งไปต่อโซนอื่น ตามเวลาที่เราจัดเอาไว้แล้วเพื่อให้ทันดูโชว์

แคนนาดี้ สเปซ ตอน Atlantis... ความประทับใจที่โลกเล่าไว้..จนป้าลีต้องไปเห็นกับตา













Atlantis คงไม่ใหม่สำหรับเราๆท่านๆ เพราะเรียนกันในตำรามาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ  และเป็นที่วิภาควิจารย์ว่า ฝรั่งแหกตามั่งล่ะ ไรงี้
แต่ก็นะ เอาเป็นว่า สายบรรเทิงไม่เกี่ยงค่ะ แต่ความรู้ดีๆ และความตื่นตาตื่นใจยังอยุ่เต็มกับที่นี่ .... แอตแลนติส ที่ที่ๆ คนล่ำลือว่าเริ่ดสุดๆ ไปดูกันค่ะ... ว่าทำใม



อย่างที่แจ้งให้ทราบนะคะว่า ตารางเวลาการฉายเค้ามีกำหนดไว้แล้ว ให้เราจัดตารางเดินชมโซนต่างๆ แล้วกลับมาชมการแสดงค่ะ  เดินไปนั่งข้างหน้าได้เลย
อยากยืนไปด้านหลังหรือด้านข้าง  กลุ่มแรกจะเดินไปนั่งที่พื้นด้านหน้าจอ แล้วมีทัวร์จีนตามระเบียบ นะคะ มาทีหลังแซงเข้าไปยืนเต็มหน้าจอ พวกนั่งอยู่ ราวๆ 50 คนรวมเด็กเล็กเด็กโต มีปัญหาทันที 
(บอยคนหนึ่ง เดินไปดันๆ กลุ่มจีนเหล่านั้นให้ก้าวออกจากหน้าจอ... .. ไม่ขอบ่นละกัน เพราะเที่ยวบ่อยเจอบ่อยได้พวกนี้ เสียบรรยากาศหมด...ป้าลีคนแรกที่ปรบมือให้บอยคนนั้น คนอื่นๆ ทำตามทันทีค่ะ)

การฉายวิดีโอชุดนี้ เป็นลักษณะรอบ  เกือบ 180 องศานะคะ คือฉายไปถึงด้านบนหลังคา ไรงี้.. (ไม่เชี่ยวชาญนะคะ พิมพ์จากความรุ้สึกจริงที่อยู่ตรงนั้นค่ะ) 

คือ ใครที่ไม่ทราบว่าการแสดงชุดนี้เค้าเด่นดังมาก ป้าลีเกริ่นนิดๆ ค่ะ  แอตแลนติส เป็นยานอวกาศที่ไปนอกโลกแล้วกลับเข้ามาในโลกได้สำเร็จ
ซึ่งการแสดงชุดนี้คือ เล่าถึงการทำงานของตัวยานอวกาศน่ะค่ะ  ว่าทำขึ้นมาจาก 3 ส่วน เพื่อการละทิ้งในเรื่องของน้ำหนัก
และทีป้าลีสนใจสุดๆ คือ ขาลงนั้น ตามที่วิดีโอเล่าคือ
ระหว่างชั้นบรรยากาศนอกโลกนั้น จะเข้ามาในโลก อุณภูมิมันไม่เท่ากัน
ดังนั้นตัวยานจะต้องสร้างมาป้องกันแรงกดดัน แรงความร้อนและอื่นๆ ที่แปลไม่ทัน... (ผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นเขียนเอาไว้แล้วเช่นกัน ป้าลีสายบรรเทิงนะคะ เล่าตามนี้ค่ะ)

เดี๋ยวพาไปดูตัวยานค่ะ ว่าป้องกันความร้อนระดับเผาได้ทุกอย่างนั้น
เค้าทำมาจากอะไรและทำใม คนที่อยู่ในยาน แอตแลนติส กลับเข้ามาในโลกได้อย่างปลอดภัย 

อีกทั้ง ขาลงมา ตัวยานไม่มีได้มีเครื่องยนตร์นะคะ ต้องร่อนลงด้วยระบบคลาสสิคค่ะ
เพราะว่ารักษาน้ำหนักไม่ได้ ถูกแรงดึงดูดของโลก ดึงลงแรงจนโม่งโลก...

และตอนจบ..ประทับใจสุดๆ ค่ะ ห้ามกระพริบตา








ยานลำนี้ สร้างเมื่อในอดีต ที่วิวัฒนาการด้านวัสดุยังไม่เจิรญเท่าทุกวันนี้...
ตัวลำใช้ระดับป้องกันความร้อน ด้วย แผ่นเซรามิค ซึ่งหนักมากๆๆๆๆๆๆ 
ดังนั้น ตอนขาลง นักบินต้องใช้วิธีร่อนลงแบบคลาสสิค เพราะไม่มีเครื่องยนตร์...
เดาไม่ออกจริงๆค่ะว่า เค้าร่อนลงได้ไง ด้วยน้ำหนักแบบนั้น..








ความยิ่งใหญ่อลังการณ์ของที่นี่ คือเห็นตัวเองเล็กนิดเดียวเองค่ะ และมีพื้นที่ให้เด็กๆได้เล่นสนุกสนานค่ะ
มีทั้งการขึ้นบินกับระบบจำลองด้วยค่ะ ตื่นเต้นอีก แต่ไม่เท่า ดิสนี่ย์ เวิร์ด แน่ๆ
แล้วค่อยไปเล่าเครื่องเล่นที่นั่นเน๊อะ ตอนนี้เอาตรงนี้ก่อน



นางมุดเข้าไปในนี้ แล้วกลับมาเล่าให้แม่ฟังว่า

"แม่จ๋า ตอนแรกหนูก็คลานๆ ตามเด็กผู้หญิงคนนั้นไป... กำลังดูรอบข้างเพลินๆ ก็ได้ยินเสียง เด็กคนหน้า กรี๊ดๆ 
ทุกคนที่คลานๆ ตามมา ก็ตกใจ แล้วก้มลงมองดูว่าที่นางกรี๊ดอะไร.... 
พอเห็นเท่านั้นแหละ หนูกรี๊ดดังกว่านางอีก... 
มีเด็กผุ้ชายตามหลังมา ตะโกนบอกว่า Keep forward keep forward,I don't wanna die here... Gooooooooooo .....
หนูก็เอามือดัน เด็กคนหน้าให้ขยับไป  แต่นางตอบว่า

my legs won't move.... Hel....help me....   หนูก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะหนูก็กลัว ไม่งั้นไม่กรี๊ดดังกว่านางแน่...
คนข้างหลังก็เอาแต่ตะโกนอยู่นั่นแหละ   หนูเลยบอกเด็กข้างหน้าว่า 
เธอหลับตาๆ แล้วคลานเร็วๆ ออกไปเลย เชื่อชั้น....

แม่รู้มั๊ยว่าทำใม พวกเรากลัว....  ก็พื้นที่เราคลานตรงนั้น มันเป็นกระจกน่ะสิ
ตอนแรกไม่รู้ เพราะมัวแต่ดูข้างๆ  มาถึงตรงกระจกก็กลับไม่ได้แล้ว..
ต้อง คลานต่อไปนี่แหละ... แม่ลองไปดูสิ ....

เอ่อ... อีแม่... เห็นละ ว่ามันสูงมาก เลยเลี่ยงๆ ตอบไปว่า
เค้าไม่ได้ให้คนโตเข้านี่คะ... ไม่งั้นจะทำรูเล็กนิดเดียวทำใม เกิดแม่คลานไป
มีหวังกระจกตรงนั้นแตกพอดี เพราะแม่ตัวหนัก...  

เออ รอดตัวไป อย่างผู้มีเกียรติ  ... อิอิ









แม่จ๋า หนูขอไปมุมนั้นก่อนนะ... แล้วนางก็หายไป ราวๆ ครึ่ง ชม.  ได้ยินแต่เสียงกรี๊ดๆ  ที่ดังกว่าชาวบ้าน...
ไม่ต้องสงสัยว่าลูกใครค่ะ...  เพราะกลับมานางมาเล่าอีกว่า
ไอ้สไลเด้ออันนั้น มันสูงที่สุดเท่าที่หนูจะเคยสไลด์ลงมาเลยค่ะแม่...
แต่หนูไม่แน่ใจ หนูเลยขึ้นไปใหม่ อีก หลายรอบ... เออ จัดไป...

เสร็จแล้ว พวกเราก็เดินเข้าไปขึ้นบินกับยานอวกาศด้วยระบบจำลองเสมือนจริงแหละคะ
และรีบกลับออกไปต่อที่โซนอื่น... (มีคิวดูปล่อยกระสวยอวกาศตั้งนั่ง บัสต่อจากตรงนี้ไปแท่นติดทะเล... ต้องตรงเวลา)







เล่นจนกระเซิงไปหมด บ่งบอกความสนุกสนานค่ะ วันนั้น...

รีบออกไปดู 3D ของยานอวกาศของรายการถัดไปค่ะ....

ขอบคุณ แอตแลนติส.... ประทับใจที่สุด สมกับคำล่ำลือ...

วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เปลี่ยนเครื่องที่ สนามบิน สต็อคโฮม transit in Stockholm Airport

เพจนี้ทำขึ้นเพื่อคนไม่เคยเปลี่ยนเครื่องแล้วกลัวการตกเครื่อง

ที่เห็นนี่คือ ตรวจคนเข้าเมืองค่ะ เราต้องเข้าคิวเพื่อยื่นพาสปอร์ตกับตำรวจค่ะ เพราะว่าเรามาจากสายการบินนอกยุโรป

ป้า ลีเขียนขึ้นให้ดูเป็นบรรยากาศนะคะ จะได้ตกใจน้อยลง เพราะบางทีเราเลือกราคาตั๋วไม่ได้ ทำให้เราต้องไปเปลี่ยนเครื่องเพื่อประหยัดเงิน ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ควรทำนะคะ เพราะว่าจะได้เหลือเงินไปทำอย่างอื่น และจะได้มีประสบการณ์ในการเดินทางมากขึ้น

การเปลี่ยนเครื่องแนะนำ อย่างน้อย 2 ชั่วโมงนะคะ เผื่อเครื่องล่าช้าจากต้นทาง

แต่การเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน สต็อคโฮมนี้ เป็นสนามบินไม่ใหญ่มาก (ค่อนข้างเล็กมาก) 

ซึ่ง ป้าลีกลับจากทริปฟลอริด้าเมื่อวานนี้ เลยเก็บภาพมาฝากค่ะ เพราะเปลี่ยนเครื่องขากลับจากสนามบิน ไมอะมี่ ไปเฮลซิงกิ แต่เปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนี้ 80 นาทีค่ะ (หนึ่งชั่วโมงกับยี่สิบนาที) โดยสายการบิน นอร์เวย์เจี้ยนค่ะ ไม่ค่อยกลัวตกเครื่องเพราะว่ารู้ว่า สนามบินนี้เล็กมาก วิ่งทันต่อให้เครื่องล่าช้าก็เถอะ (แต่เครื่องก็ไม่เลทค่ะ)

อันแรกจากภาพแรกจะเห็นว่าเราต้องผ่านการ ตรวจคนเข้าเมืองก่อน ตำรวจก็จะไม่ถามค่ะ ถ้าเรามีเรสซิเด้น เปอมิท แต่ถ้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวครั้งแรก เค้าก็จะถามว่า จะไปใหน ไปทำอะไร คือถามประมาณ สองสามคำถามค่ะ ก็ตอบไปตามจริง

เสร็จแล้ว เดินเข้าเครื่องสแกนกระเป๋าสะพายค่ะ ต้องไม่มีน้ำดื่ม หรือ ของเหลว(ตามแบบฉบับ มีใครไม่ทราบมั๊ยคะว่า เค้าห้ามอะไรบ้าง .... ประมาณว่า ถ้ามีของเหลวให้เอาใส่ถุงพลาสติกที่มีซิปรูดน่ะค่ะ หาได้ในสนามบินก่อนเดินทางออกจากต้นทาง และของที่จะใส่ในถุงซิปได้ต้องไม่เกิน 100 ml ใส่ได้หลายชิ้นจนกว่าจะเต็มถุงค่ะและต้องใส่ได้หนึ่งถุงปิดได้มิดพอดีค่ะ ส่วนของกินไม่ห้ามค่ะ (ถ้าไม่ไปอเมริกา) เช่นจะเป็นผลไม้ ขนมบางอย่าง ให้ใส่ถุงไปกินบนเครื่องได้ค่ะ ใส่ในกระเป๋าสะพายที่เราถือติดตัวไม่เกิน 10 กก.ค่ะ)

ผ่านสแกนของแล้ว มองหาป้ายนะคะ ตามนี้


จาก ภาพจะเห็นว่า เที่ยวบินที่เราจะไปต่อนั้น เที่ยวบินที่เท่าไหร่ เวลาเท่าไหร่ สายการบินอะไร (เวลาจะไล่จากก่อนไปหลังค่ะ ให้ดูที่เวลาก่อน ว่าตรงกับ บอร์ดดิ้งการ์ดของเราที่ได้จากการเช็คอินจากต้นทาง เช่น กรุงเทพฯ  ถ้าเราเปลี่ยนเครื่อง 1 ครั้ง เค้าจะให้บอร์ดดิ้งการ์ดมาสองอัน เพื่อใช้ขึ้นเครื่อง 2 ครั้งค่ะ ก็คืออันที่สองจะใช้ในสนามบิน สต็อคโฮมค่ะ)

สมมุติว่า ได้ Gate 12 ก็คือ ประตูเข้าอันดับที่ 12 เราก็จะเดินหาตามป้ายเลยค่ะ







ช่อง ทางนี้ จะเป็นทางที่เราเดินเลาะไปอีกฝั่งของอาคารค่ะ มองเห็นกันได้จากหน้าต่างกระจกนั่นแหละ ระหว่างมีเครื่องบินการบินไทยจอดอยู่ กับอีกฝากไม่มี ก็เดินเลาะไปตามทางนี้ ประมาณ ห้านาทีค่ะ ไม่ไกล





พอ เจอประตูที่ 12 แล้วให้เงยหน้าอ่านหน้าจอ ด้านในของเกท นิดนะคะ ว่าหน้าจอเขียนว่าไปเฮลซิงกิหรือเปล่า (หรือไปที่อื่นตามบอร์ดดิ้งการ์ดของคุณ) 


บรรยากาศ หน้าเกทก็จะประมาณนี้ค่ะ ให้ชาร์จมือถือได้ แต่ต้องเตรียมอเด็บเตอร์มาเสียบนะคะ เพราะว่าเครื่องชาร์จจากไทยบางรุ่นเท่านั้นที่ใช้เข้ากันได้กับทางยุโรป(คือ ขาเสียบจะกลมๆน่ะค่ะ ถ้าเป็นขาเสียบแบนๆจะเสียบไม่ได้ หาถามพนักงานได้ค่ะซื้อจากตลาดนัดก็ได้ ประมาณ ยี่สิบบาท แต่ถ้าจะเอาปลอดภัย ตามร้านไฟฟ้าทั่วไป แพงหน่อยแต่ใช้ได้นาน และปลอดภัย)





หน้าจอจะเขียนบอก ว่าประตูนี้สำหรับผู้โดยสารไป เฮลซิงกิ เวลาเท่าไหร่ ก็คือตรวจสอบดูว่าถูกต้องหรือไม่

สนาม บินมี ไวไฟให้ใช้ค่ะ โทรหาเพื่อน ผุ้ปกครอง หรือแฟน ได้ตลอดเวลา ว่าเดินทางถูกต้องหรือไม่ประการใด ถ้าฟังชาวบ้านไม่เข้าใจ ให้ยกหูคุยกับคนทางบ้านโลด ว่าเราเข้าถูกที่หรือไม่ (แต่ถูกแน่นอนค่ะ ไม่ยากมากมาย)

พอเข้าเครื่องแล้ว ก็จะลงที่ สนามบินเฮลซิงกิ  ปัญหาคือ ลงแล้วไปใหนต่อ




ให้ มองหาว่า จะต้องไปเอากระเป๋าเดินทางตัวเองที่โหลด ณ ตอนเช็คอินน่ะค่ะ พนักงานจะบอกว่า กระเป๋าพี่ไปรับที่เฮลซิงกินะคะ (แต่ตัวเราไปเดินเล่นที่ สต็อคโฮม เพราะเปลี่ยนเครื่อง)

สมมุติว่าได้กระเป๋า ตามช่องเดียวกับป้าลี คือ 2A เราก็จะมองหา ทางออกที่เขียนว่า EXIT 2A
เทคนิค เดิม คือ สนามบินมีไวไฟ หาไม่เจอหรือหลงทาง เพราะเดินตามคนข้างหน้าไม่ทัน เพราะนางเดินเร็ว แต่เราตัวเล็กโดนเบียดโดนบังทำให้ตามตูดเค้าไม่ทัน เลยหลง โทรหาคนมารับค่ะ ง่ายสุด (แต่ถ้าตามทันเพื่อนร่วมชะตากรรมในเครื่องก็ให้เกาะติดเค้าได้นะคะ เกาะติดคนที่เป็นกลุ่มค่ะ ไม่ใช่ไปตามคนๆเดียว ซึ่งนางอาจจะหลงเหมือนเราก็ได้)



พอมองเห็นมั๊ยคะ ว่า เที่ยวบินของเราเวลาถึงเฮลซิงกิ เท่าไหร่ เที่ยวบินอะไร และ หมายเลขเท่าไหร่ เค้าจะบอกว่าไปรับที่ EXIT 2A

เรา ก็เดินตามป้ายทันที (ตรงนี้จะไม่มี ตรวจคนเข้าเมืองถ้าเราเปลี่ยนเครื่อง เพราะว่า เราได้ผ่าน ตม. ตั้งกะ สนามบินสต็อคโฮมแล้ว แต่ถ้าเราบินตรง เราจะต้องถูกบังคับเข้า ตม. ของ สนามบินเฮลซิงกิค่ะ เพราะเราบินจากนอกโซนยุโรป)



พอได้กระเป๋าเดินทางจากสายพานเรียบร้อยแล้ว เราก็ลากออกมาตามหลังคนอื่นที่เค้าเดินไป ทางออก ที่เขียนว่า EXIT ก็จะเจอคนมารับค่ะ

จบการเดินทาง